“คุณชายน์” เมื่อ ‘ละคร’ ทำหน้าที่ปลอบใจ แต่ ‘หนัง’ กลับปล่อยคนดูไว้กลางทาง

ฉากที่สะกิดใจผมที่สุดใน คุณชายน์ ไม่ใช่ฉากไหนอื่นไกล แต่เป็นเพียงภาพเรียบง่ายของคุณยายขายผลไม้ที่นั่งดูละครโทรทัศน์หน้าจอเก่าๆ… ละครที่ใครต่อใครต่างดูแคลนว่า ‘น้ำเน่า’ นั้น กลับเป็นสิ่งปลอบประโลมหัวใจในวันที่โลกไม่เคยเมตตา

สำหรับผม ฉากนี้น่าจะเป็นหัวใจของหนัง เพราะมันพูดถึงความจริงที่คนทำสื่อมักหลงลืม ว่าความเรียบง่าย ซ้ำซาก หรือแม้แต่ความน้ำเน่า ก็ยังมีคุณค่าในฐานะ ‘เครื่องบรรเทาใจ’ สำหรับคนบางคนที่ชีวิตจริงโหดร้ายเกินจะรับไหว

แต่ขณะที่หนังเปิดฉากมาได้อย่างน่าสนใจ มันกลับไม่สามารถรักษาความเข้มข้นนั้นไว้ได้ตลอดรอดฝั่ง การพยายามตัดสลับระหว่างโลกของละครและโลกของชู้ต (ตัวละครเอก) ที่ควรจะสร้างชั้นเชิงหรือความซ้อนทับทางความหมาย กลับทำให้หลายช่วงตอนดู “ประดักประเดิด” เหมือนคนเล่าเรื่องที่ยังจับจังหวะของตัวเองไม่ได้ บางครั้งหนังดูรีบเร่งจะเฉลยความหมายเสียจนลืมพาเรา ‘อิน’ กับช่วงเวลาเล็กๆ ที่ควรจะซึมซับได้มากกว่านี้

ยิ่งไปกว่านั้น โครงเรื่องที่วนเวียนอยู่กับการสำรวจความขัดแย้งภายในของชู้ต แต่ไม่ขยับขยายหรือพาไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน ทำให้หนังดูเหมือนจะหมุนอยู่กับที่มากกว่าก้าวไปข้างหน้า ในบางจังหวะผมถึงกับรู้สึกอยากจะหยิบรีโมตมากดข้ามฉากที่ดูจะยืดเยื้อเกินจำเป็นเสียด้วยซ้ำ

ถ้าหนังเรื่องนี้พยายามจะพูดถึง “ความรับผิดชอบของคนทำสื่อ” ที่ควรส่งต่อคุณค่าบางอย่างให้สังคม หนังเองก็ควรจะทำหน้าที่นั้นอย่างจริงจังและชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้สาระสำคัญกระจัดกระจายหรือถูกลดทอนลงด้วยการเล่นลูกล่อลูกชนทางเทคนิคที่ไม่ส่งผลอะไรกับอารมณ์ของผู้ชมในระยะยาว

คุณชายน์ จึงเป็นหนังที่เต็มไปด้วยความตั้งใจดี แต่เหมือนยังขาดการขัดเกลาหรือความกล้าในการผลักดันความคิดให้สุดทาง มันจบลงตรงที่การตั้งคำถามดูจะสำคัญกว่าคำตอบ และในขณะที่หนังพูดถึง ‘ละคร’ ที่ปลอบใจคนดูได้…

ผมกลับรู้สึกว่า หนังเรื่องนี้ยังปลอบใจคนดูอย่างผมไม่ได้เลย 

ความเห็น

Discover more from inroom

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading